รายละเอียดโปรเจค:
โปรเจคนี้ใช้กล้อง IP มาช่วยประเมินคร่าวๆ ว่าห้องของเรา "รก" หรือ "สะอาด" จากภาพที่กล้องเห็น พอระบบตรวจจับว่าห้องรก ก็จะสั่งรีเลย์ให้ฟิล์มปรับแสง (Smart Dimming Film) เปลี่ยนเป็นทึบแสงทันที แต่ถ้าห้องสะอาดล่ะก็ ฟิล์มก็จะกลับมาใสเหมือนเดิม โปรเจคนี้ต้องใช้กล้อง IP นะน้อง อย่าลืมตั้งค่าเครือข่ายให้ดี และจัดการเรื่องความปลอดภัยตามสภาพแวดล้อมของตัวเองด้วยล่ะ
Marina Fujiwara, Mudazukuri
เคยไหมที่อยากจะ "ปิดตา" ไม่ดูห้องรกๆ ของตัวเอง? แว่นตาทำลายสายตา (Invisible Mess Glasses) นี่แหละที่ทำให้ความฝันนั้นเป็นจริง... หรืออย่างน้อยก็เป็นภาพลวงตาทางเทคที่เจ๋งมาก! โปรเจคนี้ผสมผสานระหว่าง Computer Vision กับวัสดุอัจฉริยะ เพื่อให้มันตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมรอบตัวคุณแบบเรียลไทม์

มันทำงานยังไง
ระบบนี้พึ่งพา กล้อง IP ที่ตั้งไว้มองเห็นห้องของคุณ สคริปต์ Python ที่รันบนคอมพิวเตอร์ (หรือ SBC ที่แรงพอ) จะทำการจำแนกว่าห้อง "รก" หรือ "สะอาด" โดยใช้โมเดล Deep Learning
เมื่อตรวจจับสถานะ "รก" ได้ Arduino จะได้รับคำสั่งให้สั่งงาน โมดูลรีเลย์ ซึ่งจะไปเปิด/ปิด ฟิล์มปรับแสงอัจฉริยะ (Smart Dimming Film) ที่ติดอยู่บนเลนส์แว่นตา ฟิล์มจะเปลี่ยนจากสภาพใสเป็นทึบแสงทันที แบบว่าช่วย "ซ่อน" ความรกนั้นให้พ้นสายตาเราไปเลย
อิเล็กทรอนิกส์และฮาร์ดแวร์
หัวใจหลักของโปรเจคนี้คือ Arduino UNO Q ตัวนี้แหละที่คอยเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง AI ระดับสูงกับการควบคุมฮาร์ดแวร์จริงๆ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้:
- Arduino UNO Q: จัดการ Logic และควบคุมรีเลย์
- โมดูลรีเลย์: ทำหน้าที่เป็นสวิตช์สำหรับฟิล์มปรับแสงความถี่สูง
- ฟิล์มปรับแสงอัจฉริยะ (Smart Dimming Film): นำไปติดบนกรอบแว่นตาที่พิมพ์จาก 3D Printer
- กล้อง IP / เว็บแคม: จับภาพห้องเพื่อส่งไปให้ AI วิเคราะห์
- แหล่งจ่ายไฟ 5V/12V: ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของฟิล์มปรับแสงที่ใช้
ลอจิกของซอฟต์แวร์
ซอฟต์แวร์แบ่งออกเป็นสองส่วน:
- Python Backend: ใช้ OpenCV และโมเดล Classification เพื่อเฝ้าดูห้อง
- Arduino Sketch: คอยฟังคำสั่งจาก Serial Port เพื่อสั่งเปิด/ปิดรีเลย์
โปรเจคนี้เป็นตัวอย่างที่เพอร์เฟคมากๆ ในการแสดงให้เห็นว่า Computer Vision กับ Embedded Systems สามารถทำงานร่วมกันเพื่อสร้าง Wearable ที่โต้ตอบกับเราได้ (แม้จะออกแนวกวนๆ ไปหน่อยก็เถอะ)