KicoBox คืออะไรวะ?
KicoBox นี่แหละตัวช่วยสอนโค้ดดิ้งที่เจ๋งมากสำหรับการเริ่มต้น เพราะมันคือการเล่น, การเรียนรู้ และการโต้ตอบไปพร้อมกัน แถมยังยัดทุกฟังก์ชันและแอปพลิเคชันที่ต้องรู้ในโลกโปรแกรมมิ่งมาให้ในแพ็กเกจที่เข้าใจง่ายสุดๆ

เรียนโค้ดดิ้งได้ภายใน 10 นาที และมีบทเรียนฟรีให้จัดเต็มทุกวัน นี่แหละที่ทำให้มันพิเศษสำหรับทั้งพ่อแม่และครู เพราะความง่ายทั้งสอนและเรียนนี่มันให้ความรู้สึกสำเร็จแบบหาที่เปรียบไม่ได้เลย

ที่ทำให้ KicoBox แตกต่างจากเครื่องมือสอนโปรแกรมมิ่งตัวอื่นก็คือ มันปล่อยให้น้องๆ โฟกัสที่ "การเขียนโค้ด" ได้เต็มที่ ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องอื่น พูดเลยว่า KicoBox คือประตูบานแรกที่พาน้องๆ เข้าสู่โลกของการเรียนโค้ดดิ้งอย่างมีสติ!

เรียนโค้ดแบบไม่มีสะดุด: ประสบการณ์จาก KicoBox
เครื่องมือสอนหุ่นยนต์หรืออิเล็กทรอนิกส์ส่วนใหญ่ มักเจอปัญหา "กำแพงสายไฟ (Wiring Wall)" คือนักเรียนใช้เวลา 80% ไปกับการไล่แก้สายที่หลุด กับอีก 20% ถึงจะได้โค้ดจริงๆ KicoBox ตัวนี้แหละที่มาเปลี่ยนเกมด้วยโครงสร้างแบบโมดูลาร์ที่ได้ไอเดียมาจากรูบิคส์คิวบ์ โดยมีบอร์ด Arduino Mega 2560 อยู่ข้างในโครงสร้างที่แข็งแรงและไร้สายวุ่นวาย ทำให้ครูและผู้ปกครองโฟกัสที่ "ตรรกะของการเขียนโปรแกรม" ได้เต็มที่ เรียกว่าเริ่มจากศูนย์จนเขียนโค้ดเป็นได้ภายในไม่ถึง 10 นาที!
มีทรัพยากรสอนโค้ดฟรีให้จัดเต็ม
Scratch คือภาษาโปรแกรมมิ่งแบบ visual และชุมชนออนไลน์ที่สร้างมาเพื่อเด็กโดยเฉพาะ ด้วย Scratch ผู้ใช้สามารถสร้างเรื่องราวแบบอินเทอร์แอคทีฟ, เกม และแอนิเมชันของตัวเองได้ แล้วยังแชร์และพูดคุยเกี่ยวกับผลงานกับคนอื่นๆ ได้อีกด้วย พัฒนาโดย Lifelong Kindergarten group ที่ MIT Media Lab ส่วน KicoBox นี่ก็รองรับการสลับระหว่างการเขียนโปรแกรมแบบ visual กับแบบข้อความ (textual) ได้อย่างสะดวก ทำให้การเรียนรู้โค้ดดิ้งเหมาะกับทุกวัย

ไอเดียการ์ด
เราเตรียม "ไอเดียการ์ด" มาให้เล่นด้วยนะ ด้านหน้าจะเป็นแอปพลิเคชันที่ต้องทำ ส่วนด้านหลังจะมีภาพประกอบโปรแกรมและลิงก์สำหรับดาวน์โหลด หวังว่าน้องๆ จะแกะกล่องและทำโปรเจกต์แรกให้สำเร็จได้ภายใน 20 นาที! สู้งานนะน้อง

แล้ว KicoBox ให้อะไรพิเศษบ้าง?

ทำไมต้อง KicoBox
เพื่อแก้ปัญหาที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้:
- เราไม่อยากเสียเวลาสอนติดตั้งซอฟต์แวร์หรือต่อสาย DuPont เป็นชั่วโมงๆ ก่อนที่เด็กจะได้เริ่มเขียนโค้ดจริงๆ สักที
- สำหรับคนที่สนใจอยากเรียนหุ่นยนต์ เรามักเสียเวลาไปกว่า 75% ของคาบเรียนไปกับการแก้ปัญหาเพราะเด็กยังไม่คุ้นกับการต่อสายหรือการทำงานของปุ่มต่างๆ
- การแข่งขันหุ่นยนต์เป็นวิธีที่เจ๋งมากที่จะให้เด็กและผู้ปกครองได้มีปฏิสัมพันธ์กัน นั่นแหละที่มาของแผนที่แข่งขันที่เราออกแบบมาให้ใน KicoBox

- KicoBox ไม่ได้แค่ทำให้การเรียนโค้ดง่ายและสนุก แต่ยังให้เด็กๆ เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา เหมือนเล่นรูบิคเลย

การเดินทางแห่งการเรียนรู้ที่โตไปด้วยกัน
KicoBox ออกแบบมาให้เติบโตไปพร้อมกับผู้เรียน มีเส้นทางการเรียนรู้หลายขั้น:
- ขั้นที่ 1 (6 ขวบหรือต่ำกว่า): เน้นการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสและตรรกะง่ายๆ เด็กๆ จะใช้ RGB LED Halo และ Bุซเซอร์ (Buzzer) เรียนรู้เรื่องเหตุและผลผ่านเกมส์ง่ายๆ
- ขั้นที่ 2 (11-14 ปี): ย้ายมาสู่ การเขียนโปรแกรมด้วย Scratch ใช้โมดูลเสริมทั้ง 10 ชิ้นมาสร้างเรื่องราวแบบอินเทอร์แอคทีฟ ให้หุ่นยนต์ตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวหรือแสง เรียนรู้พื้นฐานของลูป (Loop) และเงื่อนไข (Condition)
- ขั้นที่ 3 (ระดับสูง/ผู้ใหญ่): ขั้น "เครื่องวัดก้าวอัจฉริยะขับเคลื่อนเอง" ตรงนี้ KicoBox จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับการผสานการทำงานของ ไจโรสโคป (Gyroscope), แอคเซอโรมิเตอร์ (Accelerometer) และบลูทูธ (Bluetooth) ทำให้ผู้ใช้สามารถเขียนโค้ดภาษา C++ สำหรับการนำทางหุ่นยนต์ที่ซับซ้อนและงาน IoT ได้
ใครบ้างที่เหมาะกับ KicoBox
KicoBox เป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่เหมาะกับทุกวัยเลยจ้า
- 6 ขวบหรือต่ำกว่า: เด็กวัยนี้เริ่มเข้าใจหลักการคิดแบบมีเหตุผลแล้ว แม้สมาธิจะสั้นแค่ไหนก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดคือชวนเขาเรียนรู้โค้ดผ่านการเล่นที่มีเสียง แสง และการโต้ตอบ ปล่อยให้เขาสร้างหรือดีบั๊กโปรแกรมง่ายๆ เพื่อพัฒนาตรรกะและการคิดวิเคราะห์ โดยใช้อุปกรณ์สร้าง จัดการ ควบคุม และเรียกคืนเนื้อหาดิจิทัล
- 11 – 14 ปี: พอเข้าสู่วัยมัธยม เด็กๆ จะสามารถใช้ภาษาการเขียนโปรแกรมมากกว่าสองภาษา (อย่างน้อยหนึ่งภาษาต้องเป็นแบบข้อความ) ในการสร้างโปรแกรมของตัวเองได้ รวมถึงเข้าใจพื้นฐานของการทำงานร่วมกันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของคอมพิวเตอร์
- เมื่อเด็กโตขึ้น: เราจะใช้ KicoBox เป็นแพลตฟอร์มผสานการทำงานของไจโรสโคป, แอคเซอโรมิเตอร์, การควบคุมมอเตอร์, จอ OLED, LED Halo และบลูทูธ เพื่อสร้างเครื่องนับก้าวอัจฉริยะที่เคลื่อนที่ได้เอง แม้แต่ "ดาร์ธ เวเดอร์" ยังเดินบนพื้นให้ดู ;)

- 15 ปีขึ้นไปหรือผู้ใหญ่: ในวัยที่ความคิดอิสระและตรรกะเริ่มเติบโตเต็มที่ ไม่ว่าจะเรียนต่อหรือเข้าทำงาน KicoBox จะช่วยให้คุณพร้อมรับมือกับยุคของ AI และ IoT ด้วยการฝึกเขียนโปรแกรมได้ทุกที่ทุกเวลา

ฮาร์ดแวร์สแต็ก: แรงและโมดูลาร์จัดเต็ม
KicoBox นี่ไม่ใช่ของเล่นนะน้อง มันคือแพลตฟอร์มสำหรับพัฒนาที่แรงปรี๊ด:
- ข้างในจัดเต็ม: การใช้ ATmega2560 ทำให้มีพิน I/O และหน่วยความจำเหลือเฟือสำหรับโปรแกรมแบบบล็อกที่ใหญ่โต ซึ่งถ้าใช้ Uno ปกติอาจจะรับไม่ไหวเลย
- ตอบสนองได้: มี โมดูล OLED และ ปุ่มสัมผัส (Touch buttons) ในตัว ทำให้หุ่นยนต์สื่อสารกับผู้ใช้ได้ แสดงสถานะโปรแกรมหรือทำหน้าตาแสดงอารมณ์ได้ด้วย
- ไร้สายรุงรัง: โมดูลต่างๆ เชื่อมต่อผ่านบัสภายในแบบเฉพาะของเรา เลี่ยงปัญหาสายพันกันยุ่งเหยิง (Spaghetti Wiring) ที่มักทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรในห้องเรียนได้
ห้องเรียนที่เหมือนเล่นเกม
ทุก KicoBox มาพร้อมกับ ไอเดียการ์ด และ แผนที่แข่งขัน (Competition Map) ในตัว ทรัพยากรเหล่านี้เปลี่ยนการเขียนโค้ดให้เป็นกีฬาทีม ส่งเสริมให้เด็กๆ ร่วมมือกันแก้ปริศนา "ไลน์โฟลโลว์" หรือ "หลบหลีกสิ่งกีดขวาง" พัฒนาโดยทีมครูวิทยาศาสตร์และวิศวกรไฟฟ้า KicoBox คือประตูสู่โลกแห่งนวัตกรรม AI และ IoT สำหรับคนรุ่นใหม่อย่างมีเหตุผล
การเรียนรู้โค้ดคืออนาคตของเรา

- สำหรับผู้สนับสนุนรอบแรก เรามี "รางวัลจัดส่งทันที" เพื่อให้ได้รับสินค้าจากการผลิตทดลองรุ่นแรกเป็นลำดับพิเศษ
- พร้อมรับประกันคืนสินค้าฟรี 7 วัน ในกรณีที่ไม่พอใจใดๆ เพราะเรามุ่งมั่นที่จะส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้


กำลังอยู่ในขั้นตอนการขึ้นรูปแล้ว!

มั่นใจได้เลยว่ารางวัลจะถึงมือน้องๆ ทันเวลาอย่างแน่นอน


เราคือใคร
ทีมวิจัยและพัฒนาของเรา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครูวิทยาศาสตร์และวิศวกรไฟฟ้า มุ่งมั่นที่จะพัฒนาวิธีการเรียนรู้การเขียนโปรแกรมที่สนุกและน่าสนใจอยู่เสมอ เพราะผลิตภัณฑ์ด้านการศึกษาของเราถูกสร้างมาให้ใช้ง่ายสำหรับโรงเรียนและเข้าใจง่ายสำหรับเด็กๆ เมื่อมองไปถึงยุคที่ IoT, AI และหุ่นยนต์กำลังจะมาถึง เราก็ได้ขยายหลักสูตรการเขียนโปรแกรมของเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับความสนใจและเสียงชื่นชมมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราได้สะสมประสบการณ์ด้านการศึกษาการเขียนโปรแกรมมามากมาย นั่นคือเหตุผลที่เราได้สร้าง KicoBox ขึ้นมา และเรายินดีต้อนรับและสนับสนุนให้ทุกคนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามนี้ เพื่อก้าวหน้าด้านการศึกษาการเขียนโปรแกรมที่เด็กๆ ของเราต้องการสำหรับอนาคตที่ดีขึ้นของพวกเขา
