ไอเดียหลัก (Concept)
ช่างไม้สายเก๋า หรือวิศวกรระบบ Automation วัยเกษียณที่กำลังอินกับแนว Steampunk จัดเต็มครับงานนี้ พี่เคยทำ Gadget แนว Rick & Morty มาบ้างแล้ว แต่รอบนี้ขออัปเลเวลไปอีกขั้น

พี่จัดชุด Kit แบบฟูลเซตมาลองของดูว่ามันจะไปได้ไกลแค่ไหน ระหว่างทางนี่ต้องโมดิฟายเองเพียบ ทั้งตัวครอบ Connector (Shrouds), ตัวยึดสายไฟ, แล้วก็พวก Hardware สำหรับยึดอุปกรณ์ที่ต้องใช้ 3D printed ออกมาเพียบเลยน้องเอ๊ย

พอวางแผนเรื่องเดินสายไฟ (Wiring) เสร็จ และทำตัวยึดเรียบร้อย พี่ก็เอาอุปกรณ์หลักๆ ลงแผ่น Lexan (แผ่นพลาสติกใส) ขนาด 12x12 นิ้ว ส่วนแผ่น Lexan อื่นๆ ก็เอาไว้ติดจอ LCD 4 จอ, ตัวรับสัญญาณ Optical (Optical pickups) และพวกตัวบ่งชี้ต่างๆ
เรื่องของไฟ (Power)
โปรเจกต์นี้ใช้ไฟจาก Car Adapter 12V DC ต่อเข้ากับ 7805 Regulator (แบบ TO-220) เพื่อคุมไฟให้ได้ +5V ส่วนพวกสาย +5V, GND, SCL และ SDA พี่ต่อเข้ากับ Buss bars เพื่อให้จิ้มใช้งานได้ง่ายๆ
พี่ลองใช้ Terminal Shield มาหลายแบบแล้วไอ้น้อง แบบที่เป็นเสาๆ น่ะมันล็อคสาย DuPont ไม่ค่อยอยู่ แถม Pins มันเบียดกันมาก พอจะเสียบสายใหม่ทีไร อีกสายชอบหลุดทุ๊กที โอกาสหลุดนี่ 50/50 เลยนะนั่น
พี่เลยเลือกใช้วิธีบัดกรีลง Buss bars แทน ง่ายและชัวร์กว่าเยอะ ตัวยึด Buss bar พี่ก็ใช้ 3D printed ทำขึ้นมาเอง แถมพิมพ์ชื่อสัญญาณนูนขึ้นมาบนตัวยึดด้วย จะได้เดินสายไม่พลาด ห้ามช็อตนะตัวนี้!

ตอนแรกพี่ก็ไม่ได้คิดเรื่องความร้อน (Dissipation) ของเจ้า TO-220 ตัวน้อยนั่นหรอก ตอนที่ต้องลดไฟจาก 12V ลงมาเหลือ 5V ที่กระแส 2A น่ะน้องเอ๊ย... ส่วนต่างมันตั้ง 7V คูณ 2A ก็คือ 14W! นั่งทำไปสักพัก ได้เรื่องเลย มีควันฉุยออกมาจากเสารองบอร์ดเฉย... อุ๊ย! งานงอกสิครับ ต้องหา Plan B ด่วน
การตัดไฟจาก USB:
ปัญหาหนึ่งของการใช้ไฟจาก USB คือเวลาจะปิดเครื่อง น้องต้องถอดสายออกอย่างเดียว ซึ่งจะทำให้ Connector มันพังเร็ว พี่เลยแก้ปัญหาด้วยการตัดต่อสวิตช์เข้าไปที่สายไฟของ USB ซะเลย จะได้เปิด-ปิดโปรเจกต์ได้โดยไม่ต้องดึงสายเข้าๆ ออกๆ ให้เสียของ

ทุกอย่างบัดกรีเรียบร้อยและหุ้มด้วยท่อหด (HS tubing) ส่วนสายไฟก็มัดรวมกันด้วยท่อหดเพื่อความเป็นระเบียบ ไม่ให้มันรุงรังเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยว

ตัวครอบ (Shrouds)
สาย DuPont ปกติมันจะเป็นหัวใครหัวมันใช่ป่ะ? แต่พวก Module ต่างๆ มักจะมี Pins ตั้งแต่ 2 ถึง 8 Pins การจะเสียบให้พร้อมกันหมดมันลำบาก พี่เลยทำตัว Shrouds ครอบหัว Pins พวกนั้นแล้วทากาวติดไว้เลย ทำให้เราเสียบสายได้เป็นชุดเหมือนปลั๊ก แถมยังเขียนชื่อกำกับได้ง่ายด้วย
พี่ใช้ท่อหดเพื่อกันไม่ให้สายแพมันแตกออกจากกัน และแยกกลุ่มสาย Power กับสายสัญญาณออกจากกัน จะได้เช็คความถูกต้องได้ง่ายๆ สู้งานนะน้อง
Module เสริมทุกตัวที่มากับชุด Kit พี่จัดการใส่สายไฟและ Shrouds ให้หมด พร้อมติด Hardware สำหรับยึดหลวมๆ ไว้ แล้วเก็บใส่ถุงแยกเป็นชุดๆ ไป วิธีนี้ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะตอนประกอบจริง เพราะทุกชิ้นผ่านการ Test มาแล้ว พร้อมลุย!
ตอนนี้ที่ติดตั้งไปก็ใช้งานได้เกือบหมดแล้ว ต่อไปก็ตาของ Stepper motor ละ

การ Debugging (แก้บั๊ก):
พี่ใช้จอ LCD 20x4 สองจอนี่แหละตัวช่วยชั้นดี พี่สั่งให้มันโชว์ค่าจาก Sensor ทุกตัวเพื่อจะได้ Debug งานง่ายๆ นอกเหนือจากการใช้ serial.print ดูในคอมฯ
แต่อุปกรณ์ตัวหนึ่งที่มีปัญหาคือ Touch Sensor ครับน้อง จริงๆ มันควรจะใช้ง่ายๆ นะ แต่นี่ Output มันหลอนมาก (Noisy) สัญญาณมันสั่นรัวๆ ไม่ยอมให้ค่า DO (Digital Output) ที่นิ่งๆ เลย แต่โชคดีที่มันมีช่อง AO (Analog Output) ด้วย เดี๋ยวพี่คงต้องลองหาวิธี Filter สัญญาณมันดู
ส่วน Knock Sensor พี่วางแผนจะผูกเข้ากับ Touch Sensor ประมาณว่าผู้ใช้ต้องแตะสกรูตัวที่กำหนดบนแผงหน้าปัดก่อน แล้วค่อยเคาะ (Knock) ถึงจะทำงาน แต่ก็นะ... ต้องรอให้ Touch Sensor มันเลิกหลอนก่อน
พี่เอา Potentiometer 5k, ไฟเลี้ยงภายใน +5V และแหล่งจ่ายภายนอก +12V ทั้งหมดต่อเข้ากับช่อง AI (Analog Input) เพื่อให้ระบบมันคอย Monitor แรงดันไฟภายในตัวเองได้
ส่วน Potentiometer 5k ก็เอาไปคุม Servo ให้มันหมุนตามกัน หล่อเท่เลยงานนี้
พี่อยากต่อ DC motor ด้วยนะ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าอยากทำระบบคุมทิศทางและ Logic การทำงาน เลยต้องเพิ่ม 74LS00 (quad NAND gate) กับ H-driver เข้าไปเพื่อกลับทิศทางมอเตอร์ ไม่ได้ซับซ้อนอะไรหรอก แต่ต้องเสียเวลาประกอบนิดหน่อย เดี๋ยวเอาไปบัดกรีลงตรงส่วน Breadboard ของ Screw Shield ก็น่าจะรุ่ง
ส่วน RTC (นาฬิกา) ก็ทำงานแบบงงๆ คือมันค้างอยู่ที่เวลาที่เราตั้งไว้ พี่ว่าพี่คงพลาดอะไรไปนิดหน่อยแหละ แต่ช่างมันก่อน ไม่ใช่เรื่องด่วนที่สุด
ส่วนเจ้า Sonar (เซนเซอร์เสียงสะท้อน) ตอนแรกพี่ต่อสายสลับด้านเฉยเลย แต่พี่ขี้เกียจแก้ Hardware เลยไปแก้ที่ Code สลับ Bit เอาแทน... ง่ายดีวัยรุ่น
LDR สำหรับตรวจจับตอนพระอาทิตย์ตกใช้งานได้ดีพี่เลยเชื่อมมันเข้ากับชุด Relay เพื่อสั่งเปิดโหลดตอนมืด เจ้า Relay นี่รับกระแสได้ถึง 5A เลยนะ จะเอาไปคุมอะไรหนักๆ ก็สบาย แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะคุมอะไรดี เดี๋ยวว่ากัน
อีกไอเดียคือเอา Laser มาใช้คู่กับ LDR ทำเป็นระบบยิงลำแสงเป็นจังหวะ (Pulsed beam) วิธีนี้จะช่วยกันไม่ให้ระบบโดนแสงรบกวนจากภายนอกหลอกเอา เราจะเช็คตอนปิด Laser ว่ามันมืดไหม แล้วค่อยเปิด Laser เพื่อเช็คความสว่าง ถ้าสว่างแสดงว่าปกติ ถ้าเราคุมทั้งสองสถานะได้เอง เราก็มั่นใจได้ว่า LDR มันเห็นแค่แสง Laser ของเราเท่านั้น ใครจะเอาไฟฉายมาส่องหลอกก็ทำไม่ได้หรอกน้อง
ตัว ESP-01 ต่อสายไว้แล้วแต่ยังไม่ได้ใช้ เพราะมันต้องมีตัวอื่นมาคุยด้วย เดี๋ยวค่อยว่ากัน
DHT-11 ใช้งานได้ปกติ ส่วนอีกตัวที่ติดอยู่กับ ESP เดี๋ยวต้องไปงมต่อ ทำไมพวกบอร์ด Arduino ถึงไม่ค่อยให้ Doc มาด้วยเลยวะ?
Relay 4 ตัวใช้งานได้ครบ:
- คุมไฟ VU Meter
- เลือก Source ของ VU (วิทยุ หรือ AO)
- เปลี่ยนโหมดการแสดงผลของ VU
- Relay ตรวจจับความมืด (สลับระหว่างโหมดกลางวัน/กลางคืน)
Joystick ใช้งานได้แล้ว ทั้งแกน Analog สองแกนและปุ่มกด แต่การยึดนี่ยังมึนๆ อยู่ พี่กะจะยึดสี่มุมแต่ต้องซื้อสกรู 6-32 ยาว 1 นิ้วยกกล่อง 100 ตัว ทั้งที่ใช้แค่ 4 ตัว... เฮ้อ (ถอนหายใจยาวๆ)
IR Remote เคยลองตอนต่อ Breadboard แล้วทำงานได้ เดี๋ยวค่อยเอากลับมาทำใหม่ พี่เพิ่งถอดรหัสปุ่มได้ไม่กี่ปุ่มเอง ต้องถอดให้ครบ 21 ปุ่ม จะได้เอาไว้สั่งงาน Rick Box™ ของพี่แบบเท่ๆ จากระยะไกล
พอยึดทุกอย่างลงแผ่นแล้ว จุดเชื่อมต่อต่างๆ ก็ดูแน่นหนาขึ้นเยอะ ไม่ดึงกันไปมา พี่ติดขาตั้งที่ฐานด้วย จะได้ยกไปไหนมาไหนได้โดยสายไฟไม่หลุด
รายละเอียดการออกแบบ:
พี่ชอบทำแผนผังการใช้ IO (IO usage map) เก็บไว้ นี่คือที่ทำไว้ตอนนี้ เป็นแค่ Snapshot นะ เพราะตัวจริงในไฟล์โปรเจกต์คงเปลี่ยนไปอีกเยอะ:


จำไว้นะน้อง การทำ Spreadsheet, Hardware และ Software ให้มันตรงกัน (Sync) ตลอดเวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก
พี่ล่ะอยากให้ TinkerCAD มัน Dump ไฟล์ออกมาเป็นภาพ Standard สามด้านพร้อม Isometric ได้จัง จะได้ทำเอกสารกำกับพวกชิ้นส่วน 3D printed ง่ายๆ เดี๋ยวโปรเจกต์จบพี่จะแนบไฟล์ .gcode ไว้ให้ หรือไม่ก็ทิ้งลิงก์ไว้ให้พวกเราไปทำตามกันได้นะน้องรัก
สายไฟตอนนี้รุงรังสุดๆ พี่ว่าพวกเครื่องมือเขียน Schematic คงช่วยอะไรไม่ค่อยได้หรอก สายมันเยอะจัด! ถึงจะออกแบบมาดีแค่ไหน แต่ตรง Buss bars นี่พันกันนัวเนียเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ในช่วง Prototype
เดี๋ยวพี่จะเริ่มทำแผงหน้าปัดด้วย Lexan สีรมควัน (Smoked Lexan) ขนาด 12x12 นิ้วทั้งหน้าและหลัง กะว่าจะทำเฟรมให้มองเห็นไส้ในแบบสลัวๆ ผ่านแผงหน้า แผ่นพลาสติกสีๆ ขนาดเล็กๆ นี่หายากชะมัด นี่ได้สี "เทา" มาแต่มันไม่ค่อยมืดเท่าไหร่ จอ LCD คงเห็นชัดดี แต่ไส้ในอาจจะชัดไปหน่อย เดี๋ยวรอดูอีกที
เนื่องจากนี่คือกล่อง "Rick" พี่เลย 3D printed รูปพอร์ทัล (Portals) เตรียมไว้แล้ว เดี๋ยวหาที่แปะก่อน
วันนี้พอแค่นี้ก่อนละกันวัยรุ่น พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่!
16 ม.ค. 2022
พี่สั่ง Buck-boost converter มาจาก Velleman แล้ว เอามาคั่นระหว่างแหล่งจ่าย 12V หลักกับตัว 7805 Regulator พี่ปรับ Output ไว้ที่ 8V คราวนี้เจ้า 7805 ก็ลดไฟแค่ 3V แทนที่จะเป็น 7V ช่วยลดความร้อนจาก 14W เหลือแค่ 6W ที่กระแส 2A รอดตายแล้วเรา!

แน่นอนว่าพี่ต้องทำฐานให้มันด้วย พี่ว่าคนขายพวกบอร์ดพวกนี้น่าจะแถมไฟล์ .STL มาให้มั่งนะ วงการ 3D printer ก็โตเอาๆ บอร์ดตัวนี้ไม่มีรูยึดมาให้เลยแม้แต่รูเดียว! กะจะให้ใช้กาวทาอย่างเดียวหรือไง? โชคดีที่มี 3D printer ช่วยชีวิตไว้
พี่รู้เลยว่าตอนนี้กินไฟเกือบเต็มขีดจำกัดของ USB แล้ว เพราะจอ LCD มันหรี่ลงแถมกระพริบเวลา Servo ทำงาน (เพราะมันดึงกระแสเยอะ) แต่พอใช้ไฟจาก 12V ผ่าน 7805 ทุกอย่างก็สว่างจ้าทันที
ได้เวลาทำแผงหน้าปัดจริงๆ แล้ว พอยึดทุกอย่างแน่นสายไฟก็ไม่ขยับไปไหนละ การประกอบแผงหน้าจะช่วยให้ติดตั้งส่วนที่เหลือได้ง่ายขึ้น
พี่ไปถอยชุดคิทแอมป์ Stereo 5W มาด้วย กะจะเอามาเร่งเสียงวิทยุ FM แต่น่าจะพักไว้ก่อนเพราะบอร์ดวิทยุมันงอแง สายขาดบ้าง รูบอร์ดก็เล็กจนพี่บัดกรีลำบาก โลกมันย่อส่วนทุกอย่างยกเว้นนิ้วพี่เนี่ยแหละ! แผนสำรองคือใช้วิทยุรถยนต์แทนไปเลย คุมผ่าน Bluetooth เอา ไม่ต้องเขียน Code ให้ปวดตับ แต่ยังไงก็ต้องมี VU meter แบบ LED bar graph สุดเท่อยู่ดี พี่จะใช้ Relay คุมการสลับ Source และโหมดการแสดงผล

ตัวปรับ Gain เสียงติดตั้งแยกออกมา

ช่อง PWM ของ Arduino ที่เราเอามาจำลองเป็น AO น่ะมันให้ไฟได้แค่เท่ากับ VCC แต่เจ้า Bar graph มันกินไฟ 0-12V พี่เลยต้องใช้แอมป์ช่วยขยายสัญญาณ จะได้สั่งให้ Arduino สั่งไฟวิ่งเล่นได้ตอนเครื่องว่างๆ พอมีเพลงมามันก็จะสลับไปโชว์ตามจังหวะเพลงเองอัตโนมัติ เดี๋ยวต้องหา Relay แบบ DPDT มาใช้สลับสัญญาณซะหน่อย
ตอนนี้ระบบไฟนิ่งแล้ว พี่จะกลับไปลุย Code ต่อ จะได้จัดการพวกอุปกรณ์ที่ยังเอ๋อๆ อยู่ (RTC, Touch Sensor, BM280) ให้เข้าที่เข้าทาง
เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ของพี่คือ ใช้ปากกา Sharpie มาร์คตำแหน่ง Pin 1 ไว้ที่ขอบบอร์ดด้วย จะได้เสียบสายถูกฝั่ง ไม่ต้องเอาไฟฉายมาส่องหารูสี่เหลี่ยมให้ตาเหล่
โครงสร้าง (Structure)
ดีไซน์เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วน้อง จะเป็น Lexan 12x12 สองแผ่น (หน้าสีรมควัน หลังใส) แซนวิชไส้ในไว้ตรงกลาง ทั้งหมดจะวางบนฐานที่มีช่องลับอยู่ข้างใน ด้านบนจะมี Storm glass (ขวดพยากรณ์อากาศ) และ LED เปลี่ยนสีได้
บอร์ด Stepper motor ต่อแล้วแต่ยังไม่ได้ลอง ปัญหาน่าจะเกิดจากกระแสไม่พอ เพราะตอนทดสอบรู้สึกว่ามอเตอร์มันพยายามจะขยับแต่มันนิ่งสนิท พี่ว่าไฟ +5V ไม่พอแน่ๆ แผน C เลยมา พี่ไปจัด Power Supply แบบเสียบปลั๊ก 5V 4A มาเลย เมื่อคืนเพิ่งพิมพ์กล่องยึดเสร็จ จะได้เปิด-ปิดได้โดยไม่ต้องดึงปลั๊ก
ขอพลังเพิ่มอีก! (MORE POWER!)
ในชุด Kit ให้ Servo ตัวกระจิ๋วมา แรงดึงแค่ 90 กรัม มันก็ใช้ได้แหละ แต่พี่กะจะให้มันเปิดประตูไม้ช่องลับ เลยต้องหาตัวที่ถึกกว่านี้ พี่ไปสอยเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้มาจากร้านแถวบ้าน 20 เหรียญฯ

ขา Pin เหมือนกันเป๊ะ แต่กินไฟต่างกันชัวร์ พี่เลยแยกไฟ +5V อีกชุดสำหรับมอเตอร์และ Servo โดยเฉพาะ จอ LCD จะได้ไม่กระพริบตอน Servo ขยับ พี่ใช้ Power Supply 12V 10A ดังนั้นแค่ดึงไปทำไฟ 5V ไม่กี่แอมป์ สบายมาก ส่วนวิทยุก็กินไฟหนักอยู่ มีฟิวส์ตั้ง 10A
พี่เลยต้องทำ Power Buss bars เพิ่มอีกชุด มีทั้ง +12V, +5V และ GND ตอนนี้กำลังสั่งพิมพ์อยู่
งานแผงหน้าปัด (Panel Fab):
เริ่มประกอบแผงหน้าแล้วเด้อ จอ LCD 2004 สองจอวางเหมือนดวงตา Bar graph เป็นจมูก และวิทยุเป็นปาก ส่วน LDR และตัวรับ IR ติดไว้ใต้จอ LCD พี่พิมพ์ขา L มายึดแผ่น Lexan สองข้างเข้าด้วยกันด้วย

แผงหน้าปัดยังไม่ได้ลอกพลาสติกกันรอยออกนะ ข้างในมันจะเป็นสีเทารมควันโปร่งแสง ตัวยึด LDR สีดำ IR สีแดง ส่วน Bar graph วางแนวตั้ง ทุกอย่างยึดด้วยสกรู 4-40 หรือ 6-32 พี่ใช้แหวนรองไฟเบอร์สีแดงรองใต้หัวสกรูเพื่อไม่ให้ลายปริ้นท์เสียหาย และใช้ Nylock nuts (น็อตกันคลาย) จะได้ไม่ต้องใช้แหวนสปริง และไม่ต้องกลัวมันสั่นจนหลุด
27 ม.ค. 2022
เพิ่งเจาะรูยึดรูสุดท้ายบนแผ่น Lexan เสร็จ ถึงเวลาประกอบของจริงแล้ว!
นี่คือรูปตอนประกอบ พี่พิมพ์ขาตั้งมาใหญ่พอที่จะให้แผงหน้ามันตั้งได้เองเลย
สายไฟส่วนใหญ่จะสั้น พี่มีสาย DuPont แบบตัวผู้-ตัวเมียเหลือเฟือ เลยพิมพ์ตัวรัดสาย (Cable clamps) มาช่วยยึดสายต่อขยายให้เข้าที่ พี่ไม่ตัดสายใหม่หรอก ใช้สายสำเร็จรูปนี่แหละง่ายดี

ไล่ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย:
- แผงหน้าตั้งได้เองแล้ว
- Echo ranger (เซนเซอร์อัลตร้าโซนิค) เจาะรูเรียบร้อย, จอ LCD สีฟ้ากับเหลือง, Bar graph มาครบ
- ไฟจราจรติดอยู่ที่ปลายทั้งสองข้างของชุด Stereo
- แผงหน้ากับบอร์ด Controller เริ่มเชื่อมต่อกันละ

ไล่ตามเข็มนาฬิกาจากบนซ้าย:
- Module แอมป์, Buss bar ไฟสำรอง, ตัวปรับ Gain แอมป์
- Buss bar ไฟหลัก และ I2C
- Relay 6 ตัว (Logic ของบอร์ด 4 ตัวดันตรงข้ามกับบอร์ดเดี่ยว 2 ตัวซะงั้น)
- การเดินสายแผงหน้าพร้อมสายต่อขยาย
ปัญหาเรื่องไฟ (อีกรอบ):
ระบบไฟซับซ้อนมากน้องเอ๊ย กระแสรวมมันเกินที่บอร์ด Mega จะรับไหว เลยต้องใช้ Power Supply +5V แยก (Auxiliary Power) ตอนแรกกะใช้ตัวแปลง 12V 10A แต่สุดท้ายต้องเพิ่มตัวแปลง 5V 4A แยกต่างหากเพื่อจ่ายไฟให้ Servo, มอเตอร์, Relay และโหลดหนักๆ อื่นๆ เพื่อให้ระบบรู้ว่ามีไฟ Aux มาหรือยัง พี่เลยต่อ Module วัดแรงดันไฟ 0-25V เข้ากับ Buss bar 5V Aux ซะเลย Mega จะได้รู้ว่าตอนนี้มัน "พร้อมลุย" หรือยัง
อีกเรื่องคือสาย USB ที่ต่อกับคอมตลอดเวลา พี่ใส่สวิตช์ที่สายไฟ USB ด้วย จะได้เปิดคอมทิ้งไว้ได้โดยไม่ไปกวนโปรเจกต์ และไม่ต้องถอดสายเข้าออกบ่อยๆ ส่วนไฟ 5V Aux ก็มีสวิตช์แยกเหมือนกัน
Buss bar 12V 10A เอาไว้จ่ายไฟให้วิทยุ, แอมป์ และจอ Bar graph แถมยังแบ่งไปลดไฟเหลือ 8V ด้วย Switching Regulator แล้วค่อยส่งต่อให้ 7805 เพื่อทำไฟ 5V อีกที การแยกโหลดไปที่ Aux และใช้ Switching มาดักหน้าจะช่วยให้ 7805 ไม่ร้อนจนละลายเสารองบอร์ดอีกรอบ (เข็ดแล้ว!)
ผัง IO เปลี่ยนอีกรอบ แต่ดูเหมือนทุกอย่างจะเวิร์ค (เกือบหมด) พี่เคยพยายามบัดกรีลง IO Expander โดยตรงแต่มันพลาดไปหน่อย เลยต้องทำใหม่แล้วเปลี่ยนทั้งมันและบอร์ด Mega เลย
ส่วน Mega อีกตัวเดี๋ยวเอาไปใช้กับส่วนข้างนอกโปรเจกต์

Servo:
ได้ Servo ตัวบึ้มมาใช้เปิดประตูแล้ว แรงบิดเหลือๆ แน่นอนว่าต้องทำตัวยึดใหม่ พี่พิมพ์ขาตั้ง 3D printed มาแข็งแรงมาก พี่ต๊าปเกลียวที่รูได้เลยไม่ต้องใช้ตัวเมีย พี่กะคร่าวๆ ว่าใช้ก้านต่อแบบส่งกำลัง (Linkage) หมุนแค่ 90 องศาก็น่าจะเปิดประตูลงมาได้ พี่จะตั้งให้มันหมุนช้าๆ เหมือนประตูมันหนักเป็นตันเลย ถ้าทำเสียงบานพับฝืดๆ ประกอบด้วยได้คงจะพีคมาก เดี๋ยวลองดู
โปรเจกต์นี้ชักจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วน้อง! แผงหน้าปัด 12x12 นิ้ว ส่วนตัวกล่องจะสูงประมาณ 18 นิ้ว กว้าง 12 นิ้ว และลึกอย่างน้อย 6 นิ้ว (พิมพ์ตัวเลขในแท็บเล็ตนี่ยากจริงวุ้ย)
เริ่มมีแสงมีไฟโชว์บนหน้าจอมั่งละ
นาฬิกาเดินแล้ว เดี๋ยวต้องตั้งเวลาซักหน่อย ทุกอย่างกำลังรุดหน้าไปได้สวย
อุปกรณ์ส่วนใหญ่ผ่านการ Diags (ตรวจสอบ) แล้ว แต่พวก ESP ต้องรอฝั่งตรงข้ามพร้อมก่อน ส่วนมอเตอร์กับ Servo รอเช็คไฟรอบสุดท้าย... ตอนนี้ปลั๊กไฟในบ้านพี่จะเต็มหมดแล้วเนี่ย
กำลังทำให้ IO ทุกตัวทำงานพร้อมกัน Joystick ใช้ได้แต่ยังหลวมๆ ตอนแรกกะจะยึดบนแผงหน้าด้วยเสารองบอร์ด แต่พอ Module วิทยุ FM มันพัง เจ้า Joystick ที่เอาไว้คุมวิทยุก็เลยตกงาน แต่พี่นึกได้ว่ายังเอาไปคุมมอเตอร์ได้อยู่ เลยเก็บไว้แต่ไม่อยากติดบนแผงหน้าละ พี่เลยออกแบบกล่องเล็กๆ ขนาด 2-1/4 x 2-3/4 นิ้ว มีรูสายไฟพร้อม พี่พิมพ์อยู่ 5 ชั่วโมง ออกมาสวยกริ๊บ!

กล่องมีรูยึดเบอร์ 4 สี่รู เสารองต้องต๊าปเกลียวนิดหน่อย แต่ฝากล่องใช้สกรู 6-32 ขันลงไปได้เลยไม่ต้องต๊าป ลบมุมเรียบร้อยให้ถือถนัดมือ รูสายไฟออกด้านซ้ายครับผม
ก้าวต่อไป:




11 ก.พ. 2022:
พี่แอดฟังก์ชันมั่วซั่วไปหมดละตอนนี้ มีทั้ง:
- ลูกบอลพยากรณ์ Magic 8-Ball สไตล์สิงห์นักบิด
- เครื่องคำนวณอินซูลิน
- ล็อครหัสตู้ไปรษณีย์ที่เปิดด้วย Servo
- รองรับ VU Meter แบบ Hardware Stereo
- รีโมทคอนโทรล
แถมพี่ยังเอาอุปกรณ์ Input มาใช้แบบแปลกๆ ด้วยนะ เช่น เครื่องคำนวณอินซูลินกับตัวล็อครหัสตู้ไปรษณีย์ ทั้งคู่ใช้ Potentiometer เป็นตัวป้อนข้อมูลตัวเลข โดยใช้การ Scale ค่าตัวเลขโดยตรง หรือจำลองการหมุนรหัสเซฟนั่นเอง เท่ป่ะล่ะ?
ใกล้จะจบงานโครงสร้างแล้วน้อง อย่างที่เห็นในรูป พี่ใช้แท่งพลาสติกช่วยพยุงให้ตัวเครื่องตั้งตรงและได้ระนาบตามที่ต้องการ ส่วนกลไกประตูเปิดลงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว การขยับของ Servo และจุดยึดต่างๆ เคลียร์จบหมด พิมพ์ชิ้นส่วนออกมาเกือบครบละ

รวมร่าง!
โปรเจกต์นี้ใกล้จะถึงขั้นตอนประกอบร่างสุดท้ายแล้ว พี่กะจะปิดด้านบนกับด้านข้างด้วย Lexan แล้วทำฐานไม้สวยๆ ผู้อำนวยการที่บ้าน (เมียพี่เอง) บอกว่าชอบที่เห็นไส้ในข้างเครื่องกับแสงไฟกระพริบๆ น่ะ
พี่เอาบอร์ด Driver ของ Stepper motor มาประยุกต์ใช้คุมไฟ LED รถยนต์ 12V ที่ติดไว้ข้างในแทน มีทั้งตัวที่เป็น RGB เปลี่ยนสีได้ และตัวที่เป็น UV ไว้ส่องให้พวกชิ้นส่วน 3D printed มันเรืองแสงโดดเด้งออกมา
แต่ปัญหาคือ LED บนบอร์ด Driver มันสว่างเกินหน้าเกินตาไปหน่อย โดยเฉพาะตอนติดพร้อมกัน 4 ดวง พี่เลยพิมพ์ฝาครอบ (Diffuser cap) มาปิดไว้เพื่อให้มันดูซอฟต์ลงแต่ยังพอมองเห็นสถานะอยู่

ใช้ Superglue แปะอยู่หมัด
พี่แอดตัวตกแต่งแนว "ไฟจราจร" เข้าไปที่จอแสดงผล R/Y/G (แดง/เหลือง/เขียว) ด้วยนะ พี่ใช้หน้าจอแยกสีไปเลยแทนที่จะใช้ RGB LED ดวงเดียว เพื่อให้เพื่อนๆ ที่ตาบอดสีแดงหรือเขียวสามารถแยกแยะได้จากตำแหน่งของไฟที่สว่างขึ้นมาครับน้อง
ตัวเคสก็ใกล้จบละ:

พี่ว่ามันดูเฟี้ยวมากเลยนะ แข็งแรงปึ้ก จะหยิบยกหรือพลิกไปมายังไงก็ไม่มีอะไรหลุด (ยกเว้น Servo ที่ยังไม่ได้ยึดถาวร) ส่วนสายไฟข้างในน่ะ... ถึงดูเหมือนรกรุงรังแต่มันแน่นหนานะจ๊ะ เพราะมี Shrouds ช่วยยึดไว้หมดแล้ว ไม่มีหลุดแน่นอน!
รายละเอียดทางเทคนิคเพิ่มเติม (EXPANDED TECHNICAL DETAILS)
การรวมร่าง Hardware สาย Cosplay
นี่คือการสร้างงานของแฟนคลับที่โคตรซับซ้อน โดยการเอาความ Sci-fi เพี้ยนๆ ของ Rick & Morty มาผสมกับความคลาสสิกของ Steampunk
- ตัวคุมหลัก (Core Controller): ใช้ Arduino Nano คุม Module แสงและฟังก์ชันต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ข้างใน
- จำลองน้ำยาพอร์ทัล (Portal Fluid Simulation): ใช้ OLED display หรือวงแหวน NeoPixel ซ้อนหลังขวดแก้วเพื่อจำลองของเหลวสีเขียวที่กำลังขยับไปมา
Gadget ต่างๆ ที่ใส่เข้าไป
- เซนเซอร์ตรวจจับสภาพแวดล้อม: ซ่อน DHT11 หรือ Gas sensor ไว้เพื่อบอกค่า "ความเป็นพิษ" ของดาวแต่ละดวงในโลกความจริง
- เอฟเฟกต์เสียง: มี DFPlayer Mini ไว้เปิดเสียงจากในการ์ตูน สั่งงานผ่านสวิตช์คันโยกทองเหลือง ทำให้มันไม่ใช่แค่ของโชว์ แต่เป็นงานศิลปะที่โต้ตอบได้จริงและโคตรพรีเมียม!